Test

 

สำหรับสอบเนติบัณฑิตสมัยที่ 68 วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

การทำข้อสอบเป็นเหมือนกับการทำคดี    การทำคดีก็เป็นเหมือนกับการทำข้อสอบ

ครั้งที่แล้วได้สรุปเนื้อหาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทในกรณีมีวันชี้สองสถาน  และหน้าที่นำสืบตามประเด็นนั้นๆ ที่นี้ เมื่อคิดถึงวิชาพยานหลักฐานบอกว่าคิดถึงแต่การจับประเด็นข้อพิพาทในคดีให้เป็น เพื่อกำหนดหน้าที่นำสืบว่าฝ่ายใดมีหน้าที่ก่อน หลัง หรือฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อพิพาทเรื่องนั้นเป็นสำคัญก็หาไม่  เพราะหากคดีนั้นไม่มีการชี้สองสถานละ  หลักในการปรับบทกับข้อเท็จจริงในคำถามจะเป็นเช่นไร ก็เป็นไปตามทางปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินคดีของศาลตามกฎหมาย   เพื่อให้เข้าใจการใช้มาตราตัวบทกฎหมาย เราก็ต้องคิดถึงเวลาทำคดี


 

สำหรับผู้สอบเนติบัณฑิตวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

Foot in mouth

อันที่จริงตั้งใจไว้อย่างมากว่าจะแก้ไขต้นฉบับ ให้เสร็จอย่างน้อย 4 วิชา โดยจะเน้นการสรุปข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตรงและไม่ตรงตามข้อกฎหมายแยกออกมา เป็นหลักเกณฑ์การใช้กฎหมายแต่ละมาตรา แต่ละวิชาเลยที่เดียว  แต่ก็ไม่ทันส่งพิมพ์ทันได้อ่านกันในภาค 1 นี้ คือประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายปกครอง และ ทรัพย์สินทางปัญญา  เพราะอยากให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่าที่สรุปผ่านมา ณ โอกาสนี้จึงขอลงเนื้อหาบางส่วนเรียกน้ำย่อยให้อ่านกันไปก่อนในมาตรา 1(1)-(9) แห่ง  ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 บทบัญญัติทั่วไป


 

สำหรับผู้ที่จะสอบเนติบัณฑิตสมัยที่ 67 ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558

สรุปในครั้งนี้เน้นตรงตามแนวข้อสอบวิชาพยานหลักฐานที่มักออกเป็น 2 ลักษณะคือ

1. คำถามให้จับประเด็นและกำหนดหน้าที่นำสืบ คือถามให้ตอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 84 (1)-(3) และการจับประเด็นเพื่อกำหนดหน้าที่นำสืบตามมาตรา 84/1

2. ถามอำนาจการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาในการตัดพยานหลักฐานก่อนการนำสืบพยานหลักฐานนั้นหรือระหว่างการสืบพยานตาม มาตรา 86, 87   และหลักการยื่นเอกสาร 88, 89 และการนำสืบพยานหลักฐานตามมาตรา 94, 95, 101หลักการนำพยานเอกสารมาสืบตามมาตรา 122- 127 ทวิ ซึ่งลักษณะที่ 2 นี้เป็นให้ตอบว่าข้อเท็จจริงในคำถามตรงตามที่กฎหมายมาตรานั้นให้สิทธิหรือไม่


 

สำหรับการสอบเนติบัณฑิต วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การทำข้อสอบทรัพย์สินทางปัญญา

1. สังเกตข้อสอบให้ตอบเปรียบเทียบความต่างระหว่างสิทธิประเภทงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 6

กับ การจดทะเบียนสิทธิบัตรจากการประดิษฐ์สิ่งใหม่ จับหลักมาตรา 5 ที่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 9 การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (2) เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และ


 

ก่อนจะเลือกวิชาใดมาสรุปก็คิดอยู่นานเพื่อจะได้ไม่ซ้ำกันกับข้อสรุปก่อนๆ พอดีมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเป็นพนักงานขายบ้านโทรมาปรึกษาถึงการฟ้องบริษัทขายบ้านนายจ้างที่ไม่ยอมจ่ายค่าคอมมิกส์ชั่น หรือเปอร์เซ็นในการขายบ้านมาเกือบ 6 เดือน และฝ่ายบุคคลเรียกให้ไปเซ็นใบลาออกอีก โดยที่เธอขายบ้านได้ทุกเดือน


สรุป ขั้นตอนการดำเนินคดีล้มละลาย
ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542

Coolสำหรับการสอบเนติบัณฑิตในวันที่ 30 มีนาคม 2557 และ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี พ.ศ. 2557


สำหรับการสอบ เนติบัณฑิตสมัยที่ 66  วันที่ 6  ตุลาคม  พ.ศ. 2556

Foot in mouthพิจารณาปรับบทกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากข้อเท็จจริงในคำถามตามการกระทำของแต่ละคนมีสิทธิตรงตามมาตราตัวบทกฎหมายใด  และหากไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินั้นมีกฎหมายบัญญัติถึงผลแห่งการที่ไม่ปฏิบัติเช่นนั้นหรือไม่ ตัวอย่างข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ 65 วันที่ 7 ตุลาคม 2555


สอบเนติบัณฑิต ส่วนกฎหมายอาญา วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน  2556

หลักสังเกตเนื้อมาตราตัวบทอยู่ในคำถาม (ในวงเล็บ) การพิจารณาปรับบทความผิดดังกล่าวเพียงว่าเมื่อข้อเท็จจริงในคำถามตรงตามตัวบทกฎหมายใดแล้ว เจ้าพนักงานผู้นั้นก็รับโทษตามความผิดนั้น หาก ข้อเท็จจริงในคำถามไม่ต้องตามตัวบทกฎหมายนั้น หาต้องรับผิดตามกฎหมายอาญานั้นได้ไม่ ณ ที่นี้ ขอยกตัวอย่างข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ 65  พ.ศ. 2555


คำถามถูกแต่งจากตัวบทกฎหมายประกอบข้อเท็จจริงในฎีกา  (ดูที่ในวงเล็บเนื้อมาตราตัวบทจะอยู่ในคำถามจึงรู้ว่าเป็นเรื่องถามให้ตอบตามมาตราใด) ต่อมา ให้สังเกตข้อเท็จจริงในคำถามว่า ข้อเท็จจริงในคำถามนั้นตรงตามที่กฎหมายนั้นบัญญัติหรือไม่ (ดูที่ข้อต่อสู้ที่คำถามถามให้ตอบ) ณ ที่นี้ข้อยกตัวอย่างข้อสอบเนติบัณฑิตสมัยที่ 64  ปีการศึกษา  2554 ที่สอบวันที่ 25 มีนาคม 2555

นายศุกร์เป็นโจทก์ฟ้องนายเสาร์เป็นจำเลยที่  1  นายอาทิตย์เป็นจำเลยที่  2  อ้างว่า  จำเลยที่  1  ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่  2  ได้ขับรถยนต์ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่  2  โดยประมาทเลินเล่อ  ชนรถยนต์โจทก์เสียหาย  ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน  400,000  บาท  จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง  ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า  เหตุละเมิดเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่  1  พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์  คดีถึงที่สุด  นายอาทิตย์ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว  ต่อมานายอาทิตย์ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายเสาร์เป็นจำเลยขอให้ชดใช้เงินที่นายอาทิตย์ได้ชำระตามคำพิพากษาให้แก่นายศุกร์  นายเสาร์ให้การว่า  ไม่ได้ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อ  คำพิพากษาคดีก่อนไม่มีผลผูกพัน (ข้อต่อสู้ของนายเสาร์ คำว่า”คำพิพากษาไม่มีผลผูกพัน เป็นเนื้อมาตรา 145 ป.วิ.แพ่ง” จึงเป็นการถามให้ตอบตามมาตรา 145 ) โจทก์และจำเลยคดีนี้  และฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ (ที่นายเสาร์ต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ เป็นเรื่องมาตรา 148 จึงเป็นการถามให้ตอบตามมาตรา 148 เพราะจะเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่พิจารณาตามหลักเกณฑ์มาตรา 148) ขอให้ยกฟ้อง


 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ออก ๘ ข้อFoot in mouth  

ละเมิด ๑ ข้อ ทรัพย์ ๑ ข้อ เอกเทศสัญญา ๓ ข้อ ห้างหุ้นส่วนบริษัท ๑ ข้อ ตั๋วเงิน ๑ ข้อ  มรดกครอบครัว ๑ ข้อ

พิจารณาด้วยหลักสังเกตเดิม คือข้อเท็จจริงในคำถามหรือที่บุคคลนั้นอ้างสิทธิ หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้นั้นตรงตามที่กฎหมายบัญญัติหรือไม่ หากสิทธินั้น หรือข้อต่อสู้นั้นตรงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายนั้นบัญญัติผลปรับเนื้อสรุปข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นตามตัวบท หากไม่ตรงก็ปรับบทเช่นกัน แต่ผลเป็นไปในทางตรงกันข้าม เพราะข้อเท็จจริงนั้นไม่ต้องตามที่มาตรานั้นบัญญัติ ดังนั้นไม่ว่าข้อเท็จจริงในคำถามจะต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายมาตรานั้นบัญญัติหรือไม่ก็ต้องสรุปไปตามเนื้อตัวบทกฎหมายเสมอ

ณ ที่นี้ ขอยกตัวอย่าง ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๖๔ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ข้อเท็จจริงในคำถามแต่งตรงและไม่ตรงตามสิทธิที่กฎหมายบัญญัติ


Page 1 of 3

Who Is Online

We have 10 guests and no members online

Visitors Counter

06812665
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
150
177
327
267735
4221
8670
6812665

Your IP: 18.210.24.208
2020-01-20 23:25